♨️หลายคนยังไม่รู้ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในใจกลางเมือง
แหล่งธุรกิจ และ CBD จะมีการซื้อขาย ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกัน
แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ แบบ Leasehold และแบบ Freehold (จะเป็นอย่างไรไปดูกัน)
💸💥(1) การซื้อขายแบบ Freehold คือการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แบบขายขาด
1. เรื่องของกรรมสิทธิ์
ผู้ซื้อจะ “ได้กรรมสิทธิ์” เป็นเจ้าของ ครอบครองแบบ 100%
“สามารถโอน ขาย จำนอง ยกให้เป็นมรดก ส่งมอบสินทรัพย์นี้ให้แก่ทายาทได้
และให้ผู้อื่นใช้สิทธิได้เต็มรูปแบบตามกฎหมาย”
2. การถือครองของชาวต่างชาติ
– ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติสามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์แบบ Freehold
(กรรมสิทธิ์เต็ม) ได้เฉพาะห้องชุด คอนโดมิเนียม โดยต่างชาติถือครองได้อัตรา 49%
จากจำนวนยูนิตทั้งหมด”
-และต้องมีเอกสารรับรองการโอนเงินถูกต้องจากต่างประเทศ
3. มูลค่าทรัพย์สิน
คอนโด Freehold จะมีแนวโน้มของมูลค่าทรัพย์สินจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
ตามแนวโน้มราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมากกว่าคอนโด Leasehold
4. ราคาซื้อ
-คอนโด Freehold ราคาสูงกว่าคอนโด Leasehold
และยังมีค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ ได้แก่
ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ค่าอากรแสตมป์ 0.5% และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%
5.การขายต่อ
ขายต่อออกง่าย มีสภาพคล่องในตลาด มีอิสระในการทำกำไรได้หลายรูปแบบ
ทั้งให้เช่า และขายต่อ
6.การขอสินเชื่อ
มีโอกาสขอสินเชื่อกับธนาคารได้วงเงินสูงสุด 100%
7.การปรับปรุง ซ่อมแซม
สามารถปรับปรุง ซ่อมแซมได้ปกติ
8.กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ หรือถูกเวนคืน
หรือกรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ หรือถูกเวนคืน ผู้ซื้อจะได้รับค่าชดเชย
ตามสัดส่วนในโฉนดที่ดิน
